แดนนี่ บลินด์ เมินการแข่งนัดอุ่นเครื่อง

แดนนี่ บลินด์

แดนนี่ บลินด์ ผู้จัดการทีมคนเก่งของทีมชาติฮอลแลนด์ไม่สนเกมการแข่งนัดอุ่นเครื่องที่ต้องพลาดท่าแพ้ให้กับ กรีซ ไป 1-2 โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขานั้นคือการได้เข้าไปสู่การคัดบอลโลก 2018 กับทีมชาติสวีเดน ในวันอังคารนี้มากกว่า และยอมรับถึงความผิดหวังที่ต้องแพ้ให้กับทีมกรีซแต่ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นไม่ได้สร้างอุปสรรคให้กับเขาเลยแม้แต่น้อย
แดนนี่ บลินด์ ผู้จัดการทีมมากความสามารถของทีมชาติฮอลแลนด์ได้ออกมาแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญของเขาคือการแข่งในนัดที่ต้องบุกไปเยือนทีมชาติ สวีเดน สำหรับการแข่งเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือด โซนยุโรป กลุ่มเอ นัดแรกที่สนาม เฟรนด์ส อารีน่า ในวันอังคารที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้พาทีมลงแข่งนัดอุ่นเครื่องแต่กลับพลาดท่าแพ้ให้กับทีมชาติกรีซคาบ้านตัวเองไป 1-2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่1 กันยายนที่ผ่านมา
ทีมชาติฮอลแลนด์คว้าโอกาสขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการทำผลงานของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม นักเตะกองกลางคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในนาทีที่ 13 แต่อย่างไรก็ตามทีมเยือนอย่างทีมชาติกรีซก็ขึ้นนำยิงประตูคืนได้ถึง 2 ประตูรวมจากการทำผลงานของ จานนิส จานนิโอตาส และ คอสตาส มิโตรกลู ในนาทีที่ 28 และนาทีที่ 73 จึงส่งผลทำให้ทีมชาติฮอลแลนด์ต้องเสียสถิติไม่แพ้ใครมา 4 แมตซ์รวดก่อนหน้านี้ไปอย่างน่าเสียดาย และล่าสุดนั้นทาง แดนนี่ บลินด์ โค้ชคนเก่งได้ออกมาเตือนสติลูกทีมทุกคนภายในทีมให้ตั้งสมาธิให้มั่นสำหรับการแข่งที่ต้องเจอกับ ทีมชาติสวีเดน ให้เยอะๆอย่ามัวแต่นั่งผิดหวังกับการแพ้ ทีมชาติกรีซ

“ตอนนี้สมาธิและจิตใจของเขาทั้งหมดเน้นไปที่การแข่งที่ต้องเจอกับทีมชาติสวีเดน อย่างมุ่งมั่นเหมื่อนเดิม เรามีเป้าหมายว่าอยากไปพร้อมกับผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้ แต่ถึงอย่างไรสมาธิและเป้าหมายของเราก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนไป วันนี้กับพรุ่งนี้เราจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเรียกสมาธิทั้งหมดที่หายไปพร้อมกับความผิดหวังกลับคืนมาให้เร็วที่สุดเพราะวันอังคารนี้คือการแข่งนัดสำคัญมันเป็นเป้าหมายของ”อดีตนักเตะกองหลังทีม อาแจ๊กซ์ อัมส์เตอร์ดัม วัย 55 ปีกล่าว

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทีมใหญ่ที่มีศักดิ์เป็นพ่อแท้ๆของ ดาเล่ย์ บลินด์ นักเตะแนวรับสารพัดประโยชน์ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมายอมรับว่า ถึงอย่างไรการแพ้ให้กับทีมชาติกรีซในครั้งนั้นก็ยังสร้างบาดแผลอยู่ในใจพร้อมทั้งความผิดหวัง พร้อมทั้งกล่าวต่อว่า”ทีมชาติกรีซ แทบจะพาบอลผ่านครึ่งสนามไปไม่ได้ ผมคิดว่าน่าจะประมาณ 3 ครั้งที่พวกเขาไม่สามารถผ่านมันไปได้และใน 2 ครั้งนั้นเป็นการทำประตูบอลคงเป็นใจให้กับ ทีมชาติกรีซ มากกว่าจึงทำให้ยังอยู่ในเกม การชนะในครั้งนี้ของพวกเขาก็ขึ้นอยู่กับเราเหมื่อนกัน เราไม่มีสมาธิมากพอในการแข่งจึงทำให้เราต้องพลาดท่าไปอย่างไม่คาดคิดแถมยังเสียสถิติการแข่งที่ชนะรวดที่เดียว 4 แมตซ์ด้วย”